หลังจากที่ Apple วางจำหน่าย iPhone มาแล้ว 2 รุ่นคือ iPhone Classic และ iPhone 3G อีกทั้งยังได้ปรับปรุง iPhone OS หรือ ระบบปฏิบัติการของ iPhone จาก Version 1.0 มาจนเป็น 3.0 โดย iPhone Firmware 3.0 ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ใช้ iPhone รู้สึกกระชุ่มกระชวยสดชื่นขึ้นมาเลยทีเดียวเพราะมี Feature ใหม่มากมายที่โดนใจเป็นอย่างมาก ทำให้ iPhone เป็นโทรศัพท์ที่สมบูรณ์มากขึ้น เป็น Organizer ที่ดีมากขึ้น และเป็น คอมพิวเตอร์มือถือที่ทำงานได้ดีกว่าเดิมอย่างมาก เรามาดูกันว่า Feature ใหม่ที่โดนใจมีอะไรบ้าง (Reviews นี้เขียนจาก iPhone Firmware 3.0 Beta ดังนั้นเมื่อ Firmware 3.0 ตัวจริงออกมาน่าจะมีอะไรที่แตกต่างพอสมควร)
ก่อนที่จะไปดูว่า Firmware 3.0 มีอะไรดีๆบ้าง เรามาดูกันก่อนว่า คุณ มีโอกาสได้ใช้ Firmware 3.0 หรือไม่ และ สามารถใช้ได้แค่ไหน?
- Apple ได้วางจำหน่าย iPhone โดยผ่านทาง Operator ของประเทศต่างๆ โดยได้ทำการ Lock เครื่องให้สามารถใช้กับเครือข่ายที่ถูกต้องเท่านั้น ซึ่งเป็นที่มาของการพยายามปลด Lock เครื่อง iPhone โดยที่ผ่านมา สำหรับยกแรกคือ iPhone Classic นั้น ทางฝ่าย Hacker เป็นผู้ได้รับชัยชนะ นั้นคือ สามารถเจาะระบบ iPhone Classic ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ซึ่งส่งผลให้ Apple ได้หยุดการพัฒนา Baseband ของ iPhone Classic ไปแล้ว
ในยกที่สองกับ iPhone 3G ดูเหมือน Apple จะเพลี่ยงพล้ำในช่วงแรก ที่ Hacker สามารถเจาะระบบของ Firmware 2.2 (Baseband 2.28.0) ได้ แต่ Apple สามารถกลับมากู้สถานการณ์ได้ โดยการส่ง Firmware 2.2.1 (Baseband 2.30.0) ออกมา ส่งผลให้การปลด Lock ของ iPhone 3G ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป ซึ่งอนาคตจะเป็นอย่างไรก็คงต้องให้เวลาเป็นการพิสูจน์ แต่การมาของ Firmware 3.0 ก็ทำให้ Hacker มีงานที่หนักกว่าเก่ามากอีกหลายเท่าตัวอย่างแน่นอน
และที่สำคัญ สำหรับคนที่ซื้อ iPhone อย่างไม่ถูกต้อง จะสามารถ Upgrade มาเป็น 3.0 ได้ก็จริง แต่ iPhone นั้นจะมีการ Upgrade Firmware ใหม่อยู่เรื่อยๆ ดังนั้นใครที่ซื้อ iPhone มาอย่างไม่ถูกต้องก็คงไม่สามารถที่จะใช้ความสามารถใหม่ๆ ได้ในทันที และอาจต้องรอเป็นระยะเวลานานกว่า Hacker จะสามารถ Unlock ได้
ปัจจุบัน คนที่ Upgrade เครื่องเป็น 3.0 นั้น ถ้าเป็นเครื่องที่ติด Lock เครื่องจะถูก Lock ทันที และไม่สามารถใช้งานได้อีก ถ้าเหตการณ์นี้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่มาบุญครอง หรือแม้แต่ บริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่าย iPhone ก็จะไม่สามารถ แก้ไขให้ได้ เพราะการปลด Lock นั้นจะต้องทำกับประเทศที่อนุญาตและเครือข่ายที่ถูกต้องเท่านั้น
ผมแบ่งประเภทของ iPhone ที่มีโอกาสใช้งาน Firmware 3.0 เป็นดังนี้
-
- iPhone Classic : iPhone รุ่นนี้เป็นรุ่นที่สามารถ Upgrade Firmware 3.0 ได้อย่างแน่นอน แต่ความสามารถของ Firmware 3.0 บางอย่างจะไม่สามารถใช้ได้
- iPhone 3G Unlock : iPhone รุ่นนี้เป็นรุ่นที่สามารถ Upgrade Firmware 3.0 หรือ ใหม่กว่า ได้อย่างแน่นอน และใช้ความสามารถของ Firmware 3.0 ได้อย่างครบถ้วนด้วย
- iPhone 3G Lock + ใช้ SIM ของ Operator ที่ถูกต้อง : iPhone รุ่นนี้เป็นรุ่นที่สามารถ Upgrade Firmware 3.0 หรือ ใหม่กว่า ได้อย่างแน่นอน และใช้ความสามารถของ Firmware 3.0 ได้อย่างครบถ้วนด้วย
- iPhone 3G Lock + ใช้ SIM ของ Operator ที่ไม่ถูกต้อง : iPhone รุ่นนี้เป็นรุ่นที่สามารถ Upgrade Firmware 3.0 หรือ ใหม่กว่า ได้อย่างแน่นอน และใช้ความสามารถของ Firmware 3.0 ได้อย่างครบถ้วนด้วย แต่จะมีปัญหาในเรื่องการใช้งานที่เครื่องถูก Lock ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถ Upgrade ได้โดยตรง
ซึ่งถ้าคุณคิดจะซื้อ iPhone ผมแนะนำเครื่องในกลุ่มที่ 2 หรือ 3 เท่านั้น ซึ่งเป็นเครื่องที่มีปัญหาน้อยที่สุดสามารถ Upgrade ได้ตลอดเวลาโดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ แต่ในเมืองไทยจะมีเพียงแบบที่ 2 เท่านั้น นั่นคือเป็นเครื่องที่ Unlock โดยผู้จำหน่ายคือ TrueMove โดยได้รับการรับประกันจาก Apple โดยตรง นอกนั้นก็จะเป็นเครื่องที่หิ้วเข้ามาอย่างผิดกฎหมายและเสี่ยงต่อการรับประกันเครื่องเนื่องจากเป็นการหิ้วเข้ามามักจะไม่มีประกัน หรือประกันกับทางร้าน ไม่ใช่กับทาง Apple
มีอะไรในใหม่ Firmware 3.0 บ้าง?
-
- สามารถ Cut/Copy/Paste
- Bluetooth A2DP Profile
- Bluetooth Peer to Peer Connection
- Push Notifications
- MMS (Carrier Support)
- Landscape Screen Mode
- Search Spotlight
- Encrypt Backup ใน iTunes
- ระบบภาษาไทย
- สนับสนุน CalDAV. Calendar Applications
- สนับสนุน Undo/Redo
- Internet Tethering (Carrier Support)
- Messages
- Photos
- Camera
- Stock
- Notes
- Safari
- Setting
- Voice Memo
ความสามารถใหม่ของ iPhone**Carrier Support จะต้องมีการ Upgrade Automatic Setting จากเครือข่าย ซึ่งถ้าใครที่ใช้ TrueMove คงเคยเจอการแจ้ง Carrier Upgrade จากหน้าจอ iTunes กันมาบ้างแล้ว ซึ่งคาดว่าหลังจากที่ Firmware 3.0 ได้เปิดให้ Upgrade อย่างเป็นทางการ ทาง TrueMove ก็คงมีการ Upgrade Carrier อย่างแน่นอน
เพิ่มเติมความสามารถใหม่ๆให้โปรแกรมดังต่อไปนี้
ความสามารถใหม่ของ iPhone
- Cut/Copy/Paste : ความสามารถพื้นฐานของระบบปฏิบัติการที่ขาดหายไปได้ถูกเติมความสามารถเข้ามาใน Firmware 3.0 นี้แล้ว

ทำการแตะค้างบริเวณข้อความที่ต้องการแล้วปล่อย จะปรากฏเมนูในการเลือกข้อความ Select/Select All หลังจากเลือกที่ Select เพื่อทำการเลือกข้อความบางส่วน หรือ Select All สำหรับเลือกข้อความทั้งหมด ก็จะปรากฏเมนู Cut/Copy ให้เรา

ในกรณีที่ Marker ที่กำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของข้อความไม่ตรงตำแหน่งที่เราต้องการก็สามารถใช้นิ้วแตะแล้วเลื่อน Marker ได้ ซึ่งขณะที่เราเลื่อน Marker ก็ไม่ต้องกังวลว่านิ้วมือจะบังข้อความ เพราะเราจะเห็นข้อความผ่านทาง Popup Marker ที่เลื่อนตามนิ้วเราด้วย แล้วทำการเลือกเมนู Cut/Copy

เลื่อนไปยังตำแหน่งที่ต้องการแล้วแตะค้างสักครู่แล้วปล่อยนิ้วจะปรากฏเมนู ให้เลือก Paste เพื่อทำการวางข้อความ

โดยเราสามารถ Paste ไปที่โปรแกรมอื่นๆได้เช่นกัน

สามารถ Copy HTML Format จากหน้าเวบได้ และสามารถ Paste ไปยังโปรแกรมที่รองรับ HTML Format ได้เช่น Mail โดยไม่สูญเสียรูปแบบและ Link ต่างๆ

เมล์ที่ได้รับจากการ Copy HTML Format และส่งผ่านโดยโปรแกรม Mail ใน iPhone
Bluetooth A2DP Profile : A2DP ย่อมาจาก Advanced Audio Distribution Profile คือการใช้งาน Bluetooth ของ iPhone ให้สามารถทำงานร่วมกับ Bluetooth Stereo Headset เพื่อทำให้เราสามารถเพลงผ่านหูฟังแบบ Stereo Bluetooth ได้ แต่การทำงานแบบ A2DP นั้นจะต้องเป็น iPhone 3G หรือ iPhone รุ่นใหม่เท่านั้น ซึ่ง iPhone Classic หมดสิทธิครับ
Bluetooth Peer to Peer Connection : เพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างเครื่อง iPhone 2 เครื่องเพื่อใช้งานร่วมกัน ซึ่งคิดว่าในอนาคตอาจจะเห็นได้มากจากเกมที่เป็นลักษณะ Multi Player ที่ทำให้เราสามารถเล่นเกมแข่งกันเองระหว่างเราและเพื่อนของเราได้
Push Notifications : เป็นการเพิ่มเติมคุณสมบัติการแจ้งเตือนต่างๆ ให้กับโปรแกรมที่ติดตั้งใน iPhone มีความสามารถในการแจ้งเตือนขึ้นมา ซึ่งผู้พัฒนาสามารถเขียนโปรแกรมการใช้งาน Function นี้ผ่านทาง SDK ของ Apple ได้อย่างง่ายดาย เป็นประโยชน์ในการใช้งานโปรแกรมที่จะมีส่วนติดต่อกับ User ได้โดยตรงคล้ายๆ Push Mail ที่เราคุ้นเคย
MMS : ความสามารถพื้นฐานของการใช้งานด้านโทรศัพท์นั้นคือ การรับ/ส่ง MMS ซึ่งน่าจะมีมาตั้งแต่ Firmware 1.0 ก็มีมาให้ใช้ใน Firmware 3.0 เช่นกัน แต่บนข่าวดีนี้ก็มาพร้อมด้วยข่าวร้ายที่ว่า iPhone Classic จะไม่สามารถใช้งานความสามารถนี้ได้ แต่ความสามารถนี้ไม่ได้มาพร้อมกับ Firmware 3.0 เพียงแต่ Firmware 3.0 นั้นรองรับการใช้งาน MMS โดยทาง เครืยข่ายจะต้องทำการ Upgrade Carrier ให้มีความสามารถนี้เพิ่มเข้าไป โดยผมคาดว่าหลังจากที่ Firmware 3.0 Final แล้ว ทาง TrueMove จะต้องทำการ Upgrade Carrier Version ใหม่ให้รองรับ MMS ด้วย

หน้าจอแนวนอน : ในหลายโปรแกรมที่เพิ่มเข้ามาเช่น Mail, SMS และ Notes ซึ่งการใช้งานในแนวนอนนี้จะสะดวกกว่าในแนวตั้งแน่นอนโดยเฉพาะการอ่านข้อความยาวๆ

หน้าจอ SMS ในแนวนอน

หน้าจอ Mail ในแนวนอน

หน้าจอ Notes ในแนวนอน

หน้าจอ Graph ของหุ้นที่เราสนใจสามารถแสดงในแนวนอนได้
Search Spotlight : การค้นหาที่เพิ่มเข้ามาใน Firmware 3.0 ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจเพราะสามารถค้นหาข้อมูลต่างๆได้อย่างง่ายดายและสามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว

หน้า Home ไม่ใช่หน้าแรกของ Springboard อีกต่อไป (แต่การกดปุ่ม Home ยังคงมาที่หน้า Home) โดยหน้าถัดจาก Home ด้านซ้ายจะมี Search Spotlight เพิ่มเข้ามาให้เรียกใช้งานได้อย่างง่ายดาย

การค้นหาข้อมูลทำได้ค่อนข้างเร็ว และยังสามารถค้นด้วยคำภาษาไทยได้

สามารถกำหนดการค้นหาได้ว่าต้องการข้อมูลใดบ้าง โดยกำหนดใน Setting –> General –> Home –> Search Results
อีกทั้งสามารถตั้งค่า Double Click ของปุ่ม Home ได้เพิ่มขึ้นด้วย แต่ถึงแม้ไม่ได้กำหนด Double Click ของปุ่ม Home ให้เป็น Search Spotlight เราก็ยังสามารถใช้การกดปุ่ม Home เพื่อไปยังหน้า Search Spotlight ได้ โดยขณะอยู่ที่หน้า Home เมื่อกดปุ่ม Home ก็จะเป็นการเลื่อนไปยังหน้า Search Spotlight เช่นกัน
Encrypt Backup ใน iTunes : เพิ่มความปลอดภัยของการเข้ารหัสข้อมูลที่ Backup จาก iPhone ซึ่งจะป้องกันไม่ให้ผู้อื่นนำ File Backup ไปใช้งานได้

ตั้ง Encrypt Backup ใน iTunes ได้

กำหนด Password ในครั้งแรกก่อนการใช้งาน

ก่อนการ Restore ข้อมูลจาก File Backup จะต้องใส่ Password ก่อน
ระบบภาษาไทย : เนื่องจากระบบภาษาไทยนั้นเป็นสิ่งที่เราสนใจกันมาตั้งแต่ iPhone รุ่นแรกที่ออกมาจำหน่ายซึ่งในเวลานั้น iPhone ไม่ได้มีจำหน่ายในเมืองไทยอย่างเป็นทางการแต่ก็มีผู้นำเข้ามาขายกันอย่างมากมาย แต่อุปสรรคในการใช้งานนั้นก็คือระบบภาษาไทยนั่นเอง ภาษาไทยผมจะแบ่งระดับการใช้งานเป็น 4 ระดับ เรียงตามความสำคัญมากไปน้อย คือ
- การอ่านข้อความเป็นภาษาไทยได้ เช่น รายชื่อ Contact, Web Page ภาษาไทย เป็นต้น
- Firmware 1.x จะไม่มี Font ภาษาไทยมาให้ แต่ก็มีนักพัฒนาช่วยกันทำ Font ภาษาไทย จนทำให้ iPhone สามารถอ่านภาษาไทยได้
Firmware 2.x จะมี Font ภาษาไทยมาให้ตั้งแต่แรก จึงเป็นระบบภาษาไทยที่เริ่มมีใน iPhone - การป้อนข้อมูลด้วย Keyboard ภาษาไทย
- Firmware 1.x และ 2.x จะไม่มี Keyboard ภาษาไทยมาให้ แต่ก็มีนักพัฒนาช่วยกันทำ Keyboard ภาษาไทย จนทำให้ iPhone สามารถป้อนข้อมูลภาษาไทยได้
Firmware 3.0 จะมี Keyboard ภาษาไทยมาให้ตั้งแต่แรก จึงเป็น Firmware แรกที่มี Keyboard ภาษาไทยใน iPhone - การตั้งค่าตามท้องถิ่น (Region) เช่น การแสดงผลของวัน เช่น จันทร์, อังคาร,… เป็นต้น

Firmware 1.x จนถึง 2.1 จะไม่มี Region ภาษาไทยมาให้ แต่ก็มีนักพัฒนาช่วยกันทำ Region ให้แสดงผลในรูปแบบของประเทศไทยได้
Firmware 2.2 จะมี Region ภาษาไทยมาให้ตั้งแต่แรก - การตั้งค่าแสดงผลเมนูต่างๆ เป็นภาษาไทย
- Firmware 1.x จนถึง 2.x จะไม่มีการแสดงผลภาษาไทยมาให้ แต่ก็สามารถเข้าไปแก้ไขให้แสดงผลได้ในบางส่วน
Firmware 3.0 จะมีเมนูสำหรับการเปลี่ยนภาษาไทยมาให้ตั้งแต่แรก
จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ Firmware 1.x – 2.x นั้นภาษาไทยที่ใช้งานก็ยังไม่สมบูรณ์ครบทั้ง 4 ส่วน แต่ใน Firmware 3.0 นั้นมีมาครบถ้วนเลยทีเดียว ซึ่งส่วนเติมเต็มให้ iPhone มีสัญชาติไทยครบถ้วนคือ Keyboard ภาษาไทย และ การแสดงผลเมนูต่างๆเป็นภาษาไทย เรามาดูกันว่าส่วนเติมเต็มทั้ง 2 ส่วนมีรูปแบบกันอย่างไร
- Keyboard ภาษาไทย : เป็น Keyboard ที่หน้าตาแปลกไปจากที่คุ้นเคยเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น Keyboard แบบ 3 แถว หรือ 4 แถวที่เคยใช้งาน ทำให้การใช้งานค่อนข้างลำบากในการทำความคุ้นเคยเป็นอย่างมากตัวอักษรพิเศษหลายๆตัวถูกตัดออกไปจนหมด เหลือเพียงพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์เท่านั้น

มี Option ให้สามารถเปิด/ปิดการใช้งาน Keyboard ภาษาไทยแล้ว

แป้นพิมพ์แบบปกติ และ แป้นพิมพ์แบบยกแคร่

สระและวรรณยุกต์ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ปุ่มข้างๆด้านซ้ายของ Spacebar

แป้นพิมพ์แบบปกติในแนวนอน และ แป้นพิมพ์แบบยกแคร่ในแนวนอน

สระและวรรณยุกต์ในแนวนอน

และที่พลาดไม่ได้ก็คือระบบการเดาคำศัพท์ หรือ ที่เรียกว่า Auto Correct ซึ่งสังเกตว่าหากมีคำศัพท์แนะนำปรากฏขึ้นมา ตัวปุ่ม Spacebar จะเปลี่ยนเป็น Confirm แทนเพื่อใช้ยืนยันใช้คำที่ปรากฏขึ้นมานั้นแทนคำที่เราพิมพ์
แสดงเมนูด้วยภาษาไทย : การแสดงผลในส่วนเมนูต่างๆก็สามารถแสดงผลเป็นภาษาไทยได้ (มีบางส่วนที่ยังไม่ได้แปลเป็นไทย) การแปลก็ถือได้ว่าอ่านเข้าใจได้ง่าย และบางส่วนก็ใช้ทับศัพท์ไปเลยเพราะหากแปลออกมาเป็นไทยคงยาวน่าดูและอาจจะเข้าใจยากกว่าเดิม มาดูหน้าตาของภาษาไทยในเมนูต่างๆกัน

ตั้งค่าแสดงผลภาษาไทย โดย Setting –> General –> International –> Language –> เลือกที่ ภาษาไทย
iPhone จะทำการตั้งค่าภาษาและ Reboot เครื่อง


CalDAV. Calendar App

สนับสนุน LDAP (Lightweight Directory Access Protocol) LDAP คืออะไร?
และสนับสนุน CalDAV ตัวอย่างของ CalDAV ก็คือ Google Calendar เป็นต้น
Undo/Redo

สามารถทำ Undo/Redo ได้เพียงแค่เขย่า iPhone เบาๆก็จะปรากฏเมนู Undo/Redo ให้ใช้งาน โดย Function นี้จะทำ Undo/Redo ได้ในกรณีที่มีการพิมพ์ข้อความเท่านั้น ซึ่งในอนาคตก็คงจะสามารถทำ Undo/Redo ได้มากกว่านี้
Internet Tethering (Carrier Support)

สามารถ Share Internet ให้กับเครื่อง PC ผ่านทาง USB หรือ Bluetooth ได้แล้ว
เพิ่มเติมความสามารถใหม่ๆให้โปรแกรมดังต่อไปนี้
- Messages : เป็นโปรแกรมที่มาแทนโปรแกรม Text โดยโปรแกรม Text ที่มีความสามารถเพียง SMS ได้ Upgrade มาเป็นโปรแกรม Messages ที่มีความสามารถในการรับส่ง MMS ได้แล้ว

สามารถส่งข้อความที่ส่งไม่ผ่านได้ใหม่

สามารถส่งต่อ (Forwarding) ข้อความได้แล้ว

สามารถรวมข้อความเพื่อทำการส่งต่อให้เป็นข้อความเดียวกันได้

สามารถลบข้อความทีละข้อความได้แล้ว

สามารถใช้งานในแนวนอน
Photos

เพิ่มการเลือกรูปได้มากกว่า 1 รูปในหน้าจอ Thumbnail เพื่อทำการ Share/Copy/Delete ได้ โดย
- Share ใช้สำหรับส่ง Mail รูปภาพ
Copy ใช้ในการ Copy รูปภาพ เพื่อไป Paste ในโปรแกรมอื่นๆ เช่น Mail
Delete ลบภาพที่เลือก
หมายเหตุ : ปุ่ม Delete จะไม่ปรากฏในกรณีเป็นรูปที่ Sync จาก iTunes
Camera

เปลี่ยนปุ่ม Photo Library ใน Firmware รุ่นก่อน ให้แสดงภาพเป็นภาพที่ถ่ายล่าสุด แต่ยังคงแตะเลือกเพื่อเปิดไปยัง Photo Library ได้เช่นเดิม
Stock

แสดงข้อมูลอื่นๆของตลาดหุ้น และข่าวสารต่างๆผ่านเวบ Yahoo

แสดง Graph ในแนวนอน
Notes

เพิ่มระบบ Search ในหน้าจอหลักของ Notes

รองรับการทำงานในแนวนอน

สามารถลบ Notes ได้จากหน้าจอหลัก

สำหรับ Windows User จะสามารถ Sync Note กับโปรแกรม Microsoft Outlook ได้ และ Mac User จะสามารถ Sync Notes บน Mac OSX 10.5.7 ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการ Upgrade กันในเร็วๆนี้

ระบบค้นหาใน Mail

รองรับหน้าจอแนวนอน

และด้วยความสามารถของโปรแกรม Photos ในการเลือกรูปได้หลายรูปจึงทำให้เราสามารถส่งรูปได้หลายๆรูปแล้ว
Safari

Auto Fill ทำให้สามารถกรอกแบบฟอร์มต่างๆได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้ง Password ด้วย

เมื่อใช้งานร่วมกับปุ่ม Next/Previous (มีมาก่อน Firmware 3.0) จะช่วยให้การกรอกแบบฟอร์มช่องต่อไปหรือก่อนหน้าได้โดยไม่ต้องเลื่อนหน้าจอ

เปิด Link ในหน้าต่างใหม่ และสามารถ Copy URL ได้

และ Safari สามารถปิด Page สุดท้ายได้แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เราจะไม่สามารถปิดเวบ Page ได้หมดทุกหน้า
Settings

Setting –> General –> Restrictions : สามารถกำหนด Restriction หรือ การห้ามใช้งานได้มากขึ้น

Setting –> General –> Home : กำหนดการใช้งาน Double Click ของปุ่ม Home เพิ่มให้สามารถกำหนดเป็น Search และตั้งค่า Search Result ได้

Setting –> Mail, Contact, Calendar : ย้ายตำแหน่งของการตั้งค่า Fetch New Data มาไว้เป็นเมนูย่อยของ Mail Setting และสามารถกำหนดการ Download รูปภาพใน Mail ได้ว่าจะให้ Download มาอัตโนมัติหรือไม่

Setting –> Phone เพิ่มความสามารถในการใส่ My Number ใน SIM Card โดยจะไปปรากฏที่ด้านบนของโปรแกรม Contact (โดยปกติจะมีการใส่ค่าของหมายเลขโทรศัพท์มาใน SIM Card ให้อยู่แล้ว)

Setting –> Safari : เพิ่มความสามารถในการกรอกข้อมูลโดยสามารถเปิด/ปิด การใช้งานนี้ได้ รวมทั้งสามารถลบข้อความที่เป็น Auto Fill ได้จาก Setting นี้ และเพิ่มระบบตรวจสอบ Fraudulent Website (เวบที่มีความเสี่ยงจะถูกฉ้อโกง)

เพิ่มเมนู Messages สำหรับควบคุมการทำงานของ SMS และ MMS

เพิ่มเมนู Store สำหรับจาดการ iTunes Account

รายละเอียดของจำนวนโปรแกรมที่ติดตั้ง แสดงใน About
App Store
- สามารถ Login/Logout iTunes Store ได้จาก iPhone/iTouch โดยตรง ทำให้สามารถใช้งาน Multiple iTunes Account ได้


อีกทั้งยังสามารถสร้าง iTunes Account ได้จาก iPhone/iTouch โดยตรงอีกด้วย
Voice Memo : โปรแกรมใหม่ใน Firmware 3.0 ที่ใช้สำหรับบันทึกเสียง

โปรแกรมนี้สามารถทำการบันทึกเสียงได้ และสามารถทำการตัดเฉพาะบางส่วนเอาไว้ใช้งาน หรือจะส่งต่อทาง Mail ก็ได้

เมื่อกดบันทึกเสียงแล้ว โปรแกรมยังสามารถทำงานใน Background ในขณะที่เราทำงานอื่นๆไปด้วยได้ โดยจะแสดงแถบสถานะสีแดงด้านบน และเนื่องจากผมไม่สามารถทดสอบว่าโปรแกรมนี้สามารถบันทึกเสียงการคุยสายได้หรือไม่จึงไม่อาจสรุปได้ในประเด็นนี้นะครับ

ในขณะบันทึกเสียงก็จะมีมิเตอร์วัดระดับเสียงให้เราเห็น และจะแสดงปุ่ม Play หลังจากบันทึกเสร็จแล้ว เมื่อกดที่ปุ่ม Play ก็จะแสดงรายการเสียงที่บันทึกสามารถเปิดฟังได้ทันที

สามารถดูรายละเอียดของการบันทึกนั้นๆ หรือ จะทำการตัดเอาส่วนที่ไม่ได้ใช้ออกไปก็ได้โดยใช้เมนู Trim

หรือจะส่งต่อไปให้ผู้อื่นก็ได้ โดยผ่านทาง Email หรือ MMS

และสามารถ Sync กับ iTunes ได้ด้วย
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.

















Comment ล่าสุด